ประวัติไพ่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักว่าไพ่นั้น มีต้นกำเนิดยังไง ประเทศอะไรเป็นจุดเริ่มต้นของไพ่ มีไพ่ชนิดใดบ้าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เล่นไพ่ออนไลน์

ประวัติไพ่
เรื่องราวของไพ่ และต้นกำเนิดไพ่มาจากที่ใด ทั่วโลกมีไพ่อะไรบ้าง

ประวัติไพ่

แรกเริ่ม ไพ่มีต้นกำเนิดที่ จีน เปอร์เซีย และอินเดีย จากนั้น ก็ได้แพร่ขยายไปยังทวีปยุโรป ผ่านเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าขาย มีหลักฐานว่า ปรากฏอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์ในปี 1377 และได้แพร่หลาย ไปยังหัวเมืองใหญ่ของยุโรป เช่น บาเซิล ฟลอเรนซ์ ปารีส โรเซนบอร์ก และเมืองสำคัญ ตามเส้นทางเดินเรือต่างๆ โดยหลักฐานที่อยู่ในยุโรป ที่พูดถึงการเล่นไพ่นั้น ส่วนใหญ่ถูกพบ ในปีคริศตศตรรษวรรษ ที่ 14-15 ใลักษณะราชโองการจากกษัตริย์ และคริสตจักรที่ห้ามเล่นไพ่ โดยหลักฐานเหล่านี้ ทำให้เชื่อว่า การเล่นไพ่นั้นเป็นที่แพร่หลายในทวีปยุโรป และส่งผลต่อทุกชนชั้นทางสังคม จนสถาบันหลัก ต้องออกกฏควบคุมการเล่นไพ่ที่มากมายไปทั่วทุกเมือง

ต้นแบบในการออกแบบไพ่ สัญลักษณ์ดอกบนหน้าไพ่ มีจุดกำเนิดอยู่ในทวีปตะวันออกกลาง ส่งผลให้ไพ่ ในที่ต่างๆทั่วทุกมุมโลก มี4ดอก (ชุด) ประกอบไปด้วย เหรียญ ถ้วย ดาบ และกระบอง

โดยที่แต่ละสังคมก็ ออกแบบ หรือประยุกตร์ ให้หลายหลายไปตามที่ระบบสังคมนั้น ให้ความสำคัญ ตัวอย่างเช่นไพ่ของอิตาเลียน ถ้วยหรือจอกเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงคริสตจักร ดาบนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงกองทัพ เหรียญเป็นตัวแทนของพ่อค้า กระบอกจะแสดงถึงชาวนา และเกษตรกร

อย่างในเยอรมัน ระฆัง ( hawk bell ) สัญษณ์นี้ เป็นตัวแทนของ ชนชั้นสูง หัวใจแทนคริตจักร ใบไม้แสดงถึงชนชั้นกลาง และลูกโอ๊ตแสดงถึงความเป็นชาวนา หรือเกษตรกร

ในฝรั่งเศษ ชนชั้นขุนนาง จะถูกใช้จอกเป็นสัญลักษณ์ หัวใจ แทนคริสตจักร กลุ่มชาวนา จะใช้กระบอง เป็นสัญลักษณ์ และเพชน เป้นสัญลักษณ์แสดงถึงความร่ำรวย

นอกจากนั้น ในแต่ละเมือง แต่ละที่ ก็มีจำนวนไพ่ที่แตกต่างกัน เช่น อิตาลี ไพ่นึงสำรับ ประกอบไปด้วยไพ่ 56 ใบ เพราะไพ่ขอบ ( Court card ) จะมีไพ่ king ( ราชัน ) ไพ่ queen ( ราชินี ) ไพ่ knight ( อัศวิน ) และ knave ( ตัวโกง ) ที่แตกต่างจากปัจจุบัน ที่มี 52 ใบ คือ A, 2-9, J, Q, และ K อย่างละ 4 ดอก

การเล่นไพ่เป็นที่นิยม และเล่นกันอย่างแพร่หลายในยุโรป โดยเฉพาะชนชั้นสูง ที่มีทรัพย์สิน หรือมีอันจะกัน ไม่อดอยาก ในตอนแรก ไพ่แต่ละสำรับมีราคาสูง เพราะเป็นงานแฮนด์เมด ทุกอย่างทีด้วยมือ ทั้งตัด วาด และลงสี จึงนับว่าเป็นงานศิลปะล้วนๆ

จนเมื่อราคาไพ่ในตลาด มีจำนวนสูงมาก กระบวนการผลิตจึงเปลี่ยนไป เป็นระบบโรงงานที่ใช้การปั๊มไพ่ต้นฉบับ ( Master card ) และเมื่อไพ่กลายเป็นสมบัติของมหาชน แทนที่จะเป็นกิจกรรยามว่างของเหล่านักเดินทางและชนชั้นสูงแล้ว การออกแบบไพ่ จึงเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญในการสื่อสาร มากกว่างานศิลปะของช่างการประดิษฐ์ไพ่ในรูปแบบเดิม ส่งผลให้ลวดลายๆหรือศิลปะบนไพ่ต่างๆ ถูกพัฒนาจนกลายเป็น Icon ที่เหมากับตราปั๊ม มากกว่าการออกแบบด้วยมือ

ส่งผลให้ ลวดลายของ ดอก ต่างๆ กลายเป็น Icon ของดอกแต่ละดอก ตัวอย่างคือ ภาพกระบอง ถูกลดความยาก ให้เป็นรูปของดอกจิก ( Clubs ) แทน จากรูปเหรียญ แทนที่ด้วยรูป ข้าวหลามตัด ( Diamonds ) รูปถ้วย ถูกเปลี่ยนให้เป็น โพแดง ( Heart ) และดาบ ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น โพดำ ( Spades ) โดยช่าง และนักออกเป็นชาวฝรั่งเศษ ซึ่งได้ทำให้สัญลักษณ์ของไพ่ต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น ด้วยตัวปั๊มของโรงงาน ซึ่งง่ายกว่าลวดลายของดอกแต่ละดอก ที่มีวิธีทำที่ยากกว่า

ไพ่ที่เป็น King นั้น ที่ถูกเชื่อว่าเป็นเป็นกษัตริย์ต่างๆ มีจุดกำเนิดมาจากการวาดภาพบนหน้าไพ่ ของช่างชาวฝรั่งเศษ ที่ชื่อจะเป็นของราชา และราชีนี รวมถึงตัวโกง ( knave ) ด้วย ซึ่งในแรกเริ่ม จะใช้ชื่อของอดีตกษัตริย์โรมันในยุคกลาง นามว่า Solomon Augustus Clovis และ Constantine และในเวลาต่อมา ประมานคริสต์ศตวรรษที่ 16 ก็ได้เปลี่ยนหน้าไพ่ของ King ที่สำคัญในยุคต่อมา เช่น Chalermagne ( โพแดง ) Davis ( โพดำ ) Julius Caesar ( ข้าวหลามตัด ) และ Alexandar the Great ( ดอกจิก )

สำหรับ Queen ที่ไล่เรียงตามดอก โพดำ โพแดง ดอกจิก และข้าวหลามตัด คือ Pallas, Judith, Rachel และ Argine

ส่วนไพ่ Jack หรือ Knave ( ตัวโกง ) จะเป็น Ogie the Dane, La Hire, Hector และ Judas Maccebeus ( or Lancelot )

เมื่อรูเรื่องไพ่แล้ว ว่าจุดกำเนิดนั้นมายัง สัญลักษณ์ของไพ่มีอะไรบ้าง คราวนี้ก็ได้เวลาลงสนามของจริงเลย ขอเชิญที่เว็บ ufabet เว็บตรง มีบริการเกมไพ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสือมังกร บาคาร่า ดัมมี่ฯ แอดมินใส่ใจในการบริการ มีระบบออโต้ การจัดการที่เป็นระบบ การโอนจ่ายที่รวดเร็ว การันตีได้เลยว่า เว็บของเรานั้นดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ศาสตร์แห่งจุดโทษ